คลินิกเสริมความงาม ไม่มีเภสัช ยายแพ้ยาชาตาย

ยายวัย 72 ช็อกดับคาคลินิกเสริมความงาม !!


ศัลยกรรมทำพิษ !! หญิงวัย 72 ปีเสียชีวิตขณะร้อยไหมบริเวณใบหน้า ภายในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ ด้านหมอเผยผู้ตายเกิดอาการแพ้ยาชา


ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ ประมาณ 6 ชั้น เปิดเป็นคลินิกเสริมความงาม พบศพหญิงอายุ 72 ปี เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายได้ทำการรักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ฉีดยาชาเพื่อทำการรักษา ปรากฎว่าผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลินิกดังกล่าวเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าที่จะเปิดคลินิกได้มีการเช่าห้องจากผู้เช่าที่อยู่ต่างประเทศ จำนวน 15 ห้อง จากนั้นได้มีการทุบผนังเพื่อทำเป็นห้องรักษาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางลูกบ้านของอาคารจึงแจ้งไปยังสำนักงานเขตวังทองหลาง ให้เข้าตรวจสอบและสั่งให้ยุติการต่อเติม แต่ทางคลินิกยังคงเปิดให้บริการในเวลาต่อมา เบื้องต้นผู้ตายเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตได้มีการฉีดยาชา อย่างไรก็ตาม จะส่งศพไปผ่าชันสูตรที่ นิติเวช รพ.ตำรวจ ต่อไป ส่วนทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลแต่อย่างใด


-------------------------------------------------------------------------------------------------

เผยผลชันสูตรหญิง72ปี ‘ตับแตก-ซี่โครงหัก’ ดับคาเตียง จ่อเรียกหมอรับทราบข้อหา


ร้อยไหม เผยผลชันสูตรหญิงวัย72ปี ที่เสียชีวิตคาคลินิกขณะมาร้อยไหมใบหน้า พบตับแตก-ซี่โครงหัก ญาติไม่ติดใจการตาย ตร.จ่อเรียกหมอรับทราบข้อหา เปิดสถานพยาบาลเถื่อน


ร้อยไหม / กรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตจากการรักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ณ คลินิกแห่งหนึ่ง เเขวงพลับ เขตวังทองหลาง เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมารักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ฉีดยาชา เพื่อรักษา ปรากฏว่าผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตในคลินิก อ่านข่าว เร่งรวบรวมหลักฐาน หลังหญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก ระหว่างร้อยไหม!


หญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจครอบครัวของหญิงวัย 72 ปี เข้าติดต่อขอรับศพ ที่เสียชีวิตขณะไปทำศัลยกรรมร้อยไหมใบหน้า ที่คลินิกศัลยกรรม ภายในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เขตวังทองหลาง อ่านข่าว เร่งรวบรวมหลักฐาน หลังหญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก ระหว่างร้อยไหม!


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางญาติปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือข้อมูลกับสื่อมวลชน บอกสั้นๆ แต่เพียงว่า ต้องการนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดปรก ย่านยานนาวา
โดยขอให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว และไม่ต้องการเป็นข่าวหรืออยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวดังกล่าว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิก ขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
ด้านแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการผ่าชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากการตับแตกและพบว่ามีซี่โครงหัก
ส่วนผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จากห้องแล็ปปฏิบัติการประมาณ 15 วัน ทางญาติที่เดินทางมารับศพหญิงวัย 72 ปี ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่าไม่ให้บันทึกภาพและให้ลบภาพที่บันทึกไปแล้ว พร้อมข่มขู่หากใครนำเสนอข่าวก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวหลังประชุมพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ว่า จากการตรวจสอบพบนายแพทย์เจ้าของคลินิกมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะถูกต้อง แต่ตัวสถานที่ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการขอใบอนุญาต ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
โดยพนักงานสอบสวน พิจารณาแล้วจึงเรียกแพทย์รายดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดฐานเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต




-----------------------------------------------------

หมอเผยพิษทำสวย ระวังยาชาเกินขนาด ทำหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งสูงวัยยิ่งเสี่ยง

แพทย์เผยภาวะแพ้ยาชา เกิดขึ้นได้หากฉีดเกิน 10 ซี.ซี. พบทำหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชี้ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งสูงวัยยิ่งเสี่ยง
  จากเหตุที่หญิงวัย 72 ปี เข้าคลินิกเปิดใหม่ในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เพื่อร้อยไหมบนใบหน้า แต่เกิดอาการแพ้ยาชาจนเสียชีวิตนั้น (อ่านข่าว : หญิงวัย 72 ร้อยไหมดึงหน้า เกิดแพ้ยาช็อกดับคาคลินิก ย่านทาวน์อินทาวน์)

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 ตุลาคม 2561 เดลินิวส์ออนไลน์ ได้สอบถาม พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช ผู้บริหารณัฐชญา คลินิก ให้ความรู้ว่า อาการแพ้ยาชาเกิดได้ไม่บ่อยนัก โดยทั่วไปแล้วการทำทุกหัตถการด้านการแพทย์ ผ่าตัด หรือแม้แต่การร้อยไหม แพทย์อาจจะเลือกใช้ยาชาที่มีความเข้มข้น 2 ขนาด คือ 1% และ 2% หากใช้ความเข้มข้น 2% ก็จะต้องใช้ยาในปริมาณที่น้อยลง และหากใช้เกิน 10 ซี.ซี. ความเข้มจะไปทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ส่วนการออกฤทธิ์หลังฉีดในระดับปกติ ยาชาจะทำงานภายใน 5-10 นาที ซึ่งจะไประงับความรู้สึก และอยู่ได้นาน 1-2 ชั่วโมง

สำหรับการฉีดยาชา จะต้องฉีดเข้าที่เนื้อเยื่อโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นหยุดทำงาน ขณะฉีดจะต้องดึงไซริงค์กลับ เพื่อสังเกตว่ามีเลือดปนกลับเข้ามาในหยอดยาชาหรือไม่ ซึ่งหากใช้เกินขนาดและโชคร้ายบังเอิญถูกฉีดเข้าที่เส้นเลือด ก็จะมีผลต่อระบบประสาท เกิดอาการตากระตุก มึนงง ตาลาย เห็นภาพซ้อน เสี่ยงอันตราย

           ทั้งนี้แนะนำว่า แม้การเสริมความงามจะไม่ได้จำกัดอายุ แต่ผู้สูงวัยก็ไม่ควรทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะอาจจะกระทบระบบการทำงานของร่างกายที่ลดลงตามอายุ ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไร ควรจะสอบถามรายละเอียดจากแพทย์โดยตรง เพื่อความชัดเจนว่าทำแล้วจะเกิดภาวะเสี่ยงอะไรตามมาบ้าง






--------------------------------------------------------------------------------


เปิดคำให้การ นาทีชีวิตหญิง 72 โดนฉีดยาชา 24 เข็ม ก่อนชีพจรต่ำ ดับคาเตียงร้อยไหม




จากกรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตขณะร้อยไหม ที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อคืนที่วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ด้วยสาเหตุจากอาการแพ้ยานั้น (อ่านข่าว : หญิงวัย 72 ร้อยไหมดึงหน้า เกิดแพ้ยาช็อกดับคาคลินิก ย่านทาวน์อินทาวน์)

          วันที่ 12 ตุลาคม 2561 สวพ.FM91 รายงานว่า พล.ต.ต. ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า คลินิกมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยตำรวจแจ้งข้อหานายแพทย์เจ้าของคลินิกแล้ว ในข้อหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ต้องสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้

  ทั้งนี้ นายแพทย์เจ้าของคลินิก เปิดเผยว่า นางณัฐมณ ผู้ตาย เข้ารับการรักษาที่คลินิกวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ช่วง 4 โมงเย็น โดยแพทย์ได้ทำการแปะยาชาเพื่อทดสอบอาการแพ้ตามขั้นตอน และเมื่อพบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการแพ้ จึงลงมือฉีดยาชา เข็มละ 0.5 ซี.ซี. จำนวน 24 เข็ม ในระหว่างที่รอยาชาออกฤทธิ์ คนไข้เริ่มมีชีพจรต่ำ แพทย์จึงได้ปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือ จากนั้นได้ติดต่อทีมแพทย์จากโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่ไม่ทัน คนไข้เสียชีวิตก่อน 


ล่าสุด (12 ตุลาคม 2561) ครอบครัวหญิงวัย 72 ปี เดินทางเข้าติดต่อขอรับศพแล้ว ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้ข้อมูลเพียงว่าจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดปรก ย่านยานนาวา กรุงเทพฯ ส่วนคดีความให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สน.วังทองหลาง ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังปฏิเสธไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ พร้อมข่มขู่หากใครนำเสนอข่าวจะฟ้องร้องดำเนินคดี 














ENDEX8000 ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ออนไลน์




อันตรายยาถ่ายพยาธิเถื่อน 'En-dex' หมากินตาย คนก็ไม่รอด


ภายหลังญาติผู้ป่วย ร้องทุกข์ รพ.ดังอ่างทอง ให้ญาติซื้อยาฆ่าพยาธิสุนัข บอกให้บดผสมน้ำให้ญาติกรอกผู้ป่วยทางสายยาง อ้างเป็นยาใช้รักษาโรคพยาธิในตับ ก่อนแน่นิ่งไปและเสียชีวิตในวันต่อมา 
ล่าสุด รายการถามตรงๆกับจอมขวัญ สัมภาษณ์ สพ.ญ.ภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย WDT ระบุชัด ยาตระกูล En-dex ผิดกฎหมายทั้งหมด เพราะยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนใดๆ อันตราย ให้สุนัขกินก็เสียชีวิตมาหลายตัว เนื่องจากมีอาการตาบอด ตัวสั่น เดินโซเซ และแพ้เฉียบพลัน เสียชีวิตในที่สุด
นางประภาพร เกตุเม้า หรือ ป้าออด อายุ 58 ปี ให้ข้อมูลสามีรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งเบื้องต้นนั้น นายแสวง ท้องเสีย โดยแพทย์ตรวจร่างกายให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์แจ้งว่าป่วยเป็นโรคพยาธิในตับ หลังจากการรักษาไปประมาณ 1 สัปดาห์ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่งแพทย์เจ้าของไข้มาตรวจและบอกกับตนว่า พยาธิที่อยู่ในร่างกายสามีตนนั้น ยาที่มีอยู่ไม่สามารถรักษาได้ ให้ญาติไปซื้อยาฆ่าพยาธิของสุนัขมาให้
แพทย์จดชื่อตัวยามาให้เรียบร้อย ตนจึงให้หลานออกไปซื้อยาที่ร้านขายยาในตลาดอ่างทอง ซึ่งตนก็ถามหมอก่อนแล้วว่า ยาของหมาจะใช้กับคนได้หรือ แต่แพทย์แจ้งว่าให้ไปซื้อมา ตนเองยอมรับว่าเชื่อหมอ จึงให้หลานไปซื้อมา 2 กล่อง เนื่องจากกล่องหนึ่งมี 10 เม็ด แต่หมอบอกว่าจะต้องใช้ 14 เม็ด หลังจากซื้อมาแล้วก็นำมาให้โรงพยาบาล แล้วพยาบาลก็นำไป 1 กล่อง ไปบดผสมน้ำ ก่อนมาให้ตนกรอกเข้าปากทางสายยาง หลังจากกรอกยาไปสักพัก ปรากฏว่าสามีตนแน่นิ่งไป จนพยาบาลต้องเร่งตามแพทย์เจ้าของไข้มาปั๊มหัวใจ แต่อาการกลับแย่ลง และสุดท้ายขอออกจากโรงพยาบาล และมาเสียชีวิตที่บ้าน ทั้งๆ ที่ตอนก็ยังเดินไปด้วยกันแท้ๆ แต่กลับต้องมาเสียชีวิต โดยแพทย์ชันสูตรระบุว่าติดเชื้อในกระแสเลือด
ล่าสุด พญ.ดรุณี งามภูพันธ์ รองผู้อำนวยการฝ่านการแพทย์ โรงพยาบาลอ่างทอง ออกมาแถลงชี้แจงรายละเอียดเป็นขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่ผู้ป่วยเข้ามารักษาตัวซึ่งมีโรคแทรกซ้อนและอาการทรุดหนัก รวมไปถึงท้องเสีย เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ตรวจพบผู้ป่วยมีไข้สูง มีพยาธิตัวกลม ซึ่งสามารถเกิดในคนและเกิดในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม ผู้ป่วยมีอาการท้องอืด ต้องใส่สายยางทางจมูก และคนไข้อาการไม่ดีขึ้น เข้าสู่วันที่ 29 ตุลาคม หัวใจเต้นผิดจังหวะ วันที่ 30 ตุลาคม หลอดเลือดแข็งตัวทำให้เกล็ดเลือดน้อย และติดเชื้อในกระแสเลือด
"วันที่ 31 ตุลาคม คนไข้อาการไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยมีอาการหอบมากขึ้น ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ให้ยา En-dex 8000 ปริมาณเพียงแค่เศษ 1 ส่วน 4 ผ่านสายยางจมูก เพราะคนไข้ท้องอืด รับปริมาณยาไม่ได้มากไปกว่านี้ กระทั่งหัวค่ำ ผู้ป่วยความดันต่ำลง ยาวมาจน 4 ทุ่ม มีอาการกระสับกระส่าย เข้าสู่วันที่ 1 อาการทรงตัว หัวใจหยุดเต้น แพทย์ต้องยื้อชีวิต จนสุดท้ายวันที่ 2 พ.ย. ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว มีการประสานนำคนป่วยกลับบ้าน" 
อย่างไรก็ตาม พญ.ดรุณี งามภูพันธ์ ยืนยันว่า คนไข้มีโรคแทรกซ้อนหลายโรค และป่วยหนักก่อนหน้าที่จะได้รับยา En-dex 8000 เข้าไป ที่สำคัญตัวยานี้ใช้เพียงแค่ เศษ 1 ส่วน 4 ผสมน้ำผ่านสายยางเท่านั้น จึงน่าจะไม่ใช่ต้นเหตุที่ทำให้เสียชีวิต
ขณะที่ สพ.ญ.ภัทรนันท์ สัจจารมย์ สัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย WDT ให้สัมภาษณ์ว่า ยาที่คุณหมอได้ให้ญาติคนไข้ไปซื้อมาซึ่งมีภาพหน้ากล่องโชว์เป็นรูปหมา ไม่สามารถใช้กับคนได้ และใช้ในสุนัขก็ผิด เพราะยาดังกล่าวผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ไม่ทราบเลยว่ายาตัวนี้มีส่วนประกอบอะไรบ้าง ถือเป็นยาเถื่อน ไม่ได้รับการรับรอง ที่ผ่านมาใช้ในหมา หมาก็เสียชีวิตมาเยอะแล้ว สรุปคือยาตระกูล En-dex ขนาดปริมาณเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ใครสั่งก็ผิดหมด ขาย ครอบครอง หรือจำหน่ายก็ผิด ถือเป็นโทษคดีอาญา 
"แพทย์น่าจะทราบกันดีว่ายาตัวไหนเถื่อน หรือถูกกฎหมาย เนื่องจากยาทุกตัวต้องมีเลขทะเบียน และวงการสาธารณสุขต้องทราบดีอยู่แล้วว่า En-dex 8000 ผิดกฎหมายแน่นอน". 


สัตวแพทย์แจง ยาฆ่าพยาธิสุนัข ไม่ควรใช้กับคน ผลข้างเคียงสัตว์ยังตาย






















อย. แก้กฎหมายให้เงินที่ได้มา "ไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน"



อย. ออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อเพิ่มรายได้เข้าตัวเอง
 เพิ่มค่าธรรมเนียมใบอนุญาตต่างๆ และต้องจ่ายเป็นประจำเรื่อยไป เงินนั้นเก็บเองได้อีก ไม่ต้องส่งคลัง 
T T
เฮ้อ... ประเทศไทย 









มาตรา ๑๑/๓ ค่าขึ้นบัญชีและค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บตามมาตรา ๑๑/๒(๒) และ ๑๑/๒(๓) ที่
จัดเก็บได้ ให้เป็นเงินของส านักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ท ากิจการ
ในอำนาจหน้าที่ของส านักงานคณะกรรมการอาหารและยาที่ได้จัดเก็บ แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน และให้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นค่าตอบแทนบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานตามมาตรา ๑๑/๑...





เม็ดเงินมหาศาลนี้ จะทำให้เกิดการทุจริต ใน

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา




ขายยาอันตรายออนไลน์ เภสัช ม.อุบล

ทั้งหมดนี้ ผิดกฎหมาย ทั้งสิ้น 
แต่ อย. ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ 
มิหนำซ้ำยังพยายามผลักดันแก้กฎหมาย พรบ.ยา 
ให้ใครก็ได้ที่อบรม และพยาบาล สามารถจ่ายยาได้ เปิดช่องโหว่ให้เกิดการแอบขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ


















การใช้ยาปฏิชีวนะ Amoxycillin ในไร่ส้ม

อีกไม่นานเราคงไม่มียาปฏิชีวนะ รักษาโรคติดเชื้อพื้นฐานง่ายๆได้อีกต่อไป ถ้าเรายังรับยาปฏิชีวนะมือสอง ( รับยาปฏิชีวนะเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากการตกค้างปลอมปนในอาหารเนื้อสัตว์ ผลไม้)
ทีมยาชายแดน เภสัชกรชายแดนร่วมกับทีมทำงานในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือติดตามการใช้ยาปฏิชีวนะ ในไร่ส้ม พบว่าส้มซึ่งเป็นผลไม้ใกล้ชิดเรามีการฉีดยาปฏิชีวนะ ชื่อ Amoxycillin ไปในลำต้น ซึ่งมีความเสี่ยงต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก หน่วยงานทางเกษตร ควรตระหนักก่อนเผยแพร่งานวิจัย ให้เกษตรกรนำไปใช้ ควรประเมินผลกระทบให้รอบด้านโดยเฉพาะมิติทางสุขภาพ
เราได้รับยาปฏิชีวนะเกินจำเป็นโดยไม่รู้ตัวมานานเท่าไหร่ และเมื่อวันหนึ่งเราเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อธรรมดา แต่แพทย์บอกว่า "เราไม่มียาที่ศักยภาพมารักษาคุณแล้ว" เราจะทำอย่างไร
คืนวันแห่งช่วงเวลา Post Antibiotic Era ค่อยๆคืบคลานมาถึงเราอย่างช้าๆแล้วครับ



ผู้ที่แพ้ยากลุุ่ม Penicillins รับกรรมเต็มๆ T T  

Pantip ขายยานอนหลับออนไลน์

หมอคำนวนdoseผิด จาก1เม็ดเป็น14เม็ด พยาบาลก็ไม่รู้เรื่องทำตามหมอสั่ง



เมียเศร้า รพ.ดังอ่างทองใช้ยาฆ่าพยาธิหมาให้คนจนผัวเสียชีวิต

https://mgronline.com/local/detail/9610000111825

อ่างทอง - รพ.ดังเมืองอ่างทองใช้ยาฆ่าพยาธิสุนัขบดผสมน้ำให้ญาติกรอกผู้ป่วยทางสายยาง อ้างเป็นยาใช้รักษาโรคพยาธิในตับ ก่อนแน่นิ่งไป และเสียชีวิตในวันต่อมา
วันนี้ (9 พ.ย.) นางประภาพร เกตุเม้า หรือป้าออด อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 51/45 หมู่ 3 ตำบลศาลาแดง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา นายแสวง เกตุเม้า อายุ 60 ปี สามี เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง 
ซึ่งเบื้องต้นนั้น นายแสวง ท้องเสีย โดยแพทย์ตรวจร่างกายให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์แจ้งว่า ป่วยเป็นโรคพยาธิในตับ หลังจากการรักษาไปประมาณ 1 สัปดาห์ อาการยังไม่ดีขึ้น จนกระทั่งแพทย์เจ้าของไข้มาตรวจและบอกแก่ตนเองว่า พยาธิที่อยู่ในร่างกายสามีนั้น ยาที่มีอยู่ไม่สามารรักษาได้ ให้ญาติไปซื้อยาฆ่าพยาธิของสุนัขมาให้
โดยจดชื่อตัวยามาให้เรียบร้อย ตนเองจึงให้หลานออกไปซื้อยาที่ร้านขายยาในตลาดอ่างทอง ซึ่งได้ถามหมอก่อนแล้วว่า ยาของหมาจะใช้กับคนได้หรือ แต่แพทย์แจ้งว่าให้ไปซื้อมา ตนเองยอมรับว่าเชื่อหมอ จึงให้หลานไปซื้อมา 2 กล่อง เนื่องจากกล่องหนึ่งมี 10 เม็ด แต่หมอบอกว่าจะต้องใช้ 14 เม็ด หลังจากซื้อมาแล้วก็นำมาให้โรงพยาบาล ซึ่งพยาบาลนำไป 1 กล่อง ไปบดผสมน้ำ 
ก่อนนำมาให้ตนเองกรอกทางสายยาง หลังจากกรอกยาไปสักพัก ปรากฏว่าสามีตนแน่นิ่งไป จนพยาบาลต้องเร่งตามแพทย์เจ้าของไข้มาปั๊มหัวใจ แต่อาการกลับแย่ลง และสุดท้ายขอออกจากโรงพยาบาลและมาเสียชีวิตที่บ้าน ทั้งๆ ที่ตอนไปก็ยังเดินไปด้วยกันแท้ๆ แต่กลับต้องมาเสียชีวิต โดยแพทย์ชันสูตรระบุว่าติดเชื้อในกระแสเลือด
เขาบอกว่าเป็นพยาธิในตับ ธรรมดาทำไมไม่ใช้ยาทั่วไปที่ใช้รักษาคน แต่ใช้ยาของหมามารักษาคน ข้องใจไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ทีแรกสามียังเดินได้ แต่ว่าเมื่อไปโรงพยาบาลแล้ว กลับมากลายเป็นศพ ตอนนี้ต้องอยู่คนเดียว มีภาระต้องส่งรถสามล้อที่เพิ่งซื้อมาไม่กี่วัน สามีก็เข้าโรงพยาบาลแล้วก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ
อยากจะให้ทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจงว่ามันเป็นอย่างไร และอยากให้รับผิดชอบบ้างที่เอายาหมามารักษาคน แต่ทำไมไม่เอายารักษาคนมารักษาคนไข้ อยากให้ทางโรงพยาบาลออกมาชี้แจง และให้รับผิดชอบบ้าง
ล่าสุด นายพูนพันธุ์ สว่างแสง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทองด้านมวลชนสัมพันธ์ แจ้งว่า ทางโรงพยาบาลจะมีการแถลงข่าวชี้แจงในเรื่องนี้ในเวลา 13.30 น.วันที่ 9 พ.ย.นี้

----------------------------------------------------------------------