ยายวัย 72 ช็อกดับคาคลินิกเสริมความงาม !!
ศัลยกรรมทำพิษ !! หญิงวัย 72 ปีเสียชีวิตขณะร้อยไหมบริเวณใบหน้า ภายในคลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ ด้านหมอเผยผู้ตายเกิดอาการแพ้ยาชา
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ ประมาณ 6 ชั้น เปิดเป็นคลินิกเสริมความงาม พบศพหญิงอายุ 72 ปี เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ตายได้ทำการรักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ฉีดยาชาเพื่อทำการรักษา ปรากฎว่าผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคลินิกดังกล่าวเพิ่งเปิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้าที่จะเปิดคลินิกได้มีการเช่าห้องจากผู้เช่าที่อยู่ต่างประเทศ จำนวน 15 ห้อง จากนั้นได้มีการทุบผนังเพื่อทำเป็นห้องรักษาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางลูกบ้านของอาคารจึงแจ้งไปยังสำนักงานเขตวังทองหลาง ให้เข้าตรวจสอบและสั่งให้ยุติการต่อเติม แต่ทางคลินิกยังคงเปิดให้บริการในเวลาต่อมา เบื้องต้นผู้ตายเสียชีวิตจากระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ ซึ่งก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตได้มีการฉีดยาชา อย่างไรก็ตาม จะส่งศพไปผ่าชันสูตรที่ นิติเวช รพ.ตำรวจ ต่อไป ส่วนทางญาติผู้เสียชีวิตไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลแต่อย่างใด
หญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก
ทั้งนี้แนะนำว่า แม้การเสริมความงามจะไม่ได้จำกัดอายุ แต่ผู้สูงวัยก็ไม่ควรทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะอาจจะกระทบระบบการทำงานของร่างกายที่ลดลงตามอายุ ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไร ควรจะสอบถามรายละเอียดจากแพทย์โดยตรง เพื่อความชัดเจนว่าทำแล้วจะเกิดภาวะเสี่ยงอะไรตามมาบ้าง
วันที่ 12 ตุลาคม 2561 สวพ.FM91 รายงานว่า พล.ต.ต. ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า คลินิกมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยตำรวจแจ้งข้อหานายแพทย์เจ้าของคลินิกแล้ว ในข้อหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ต้องสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้
-------------------------------------------------------------------------------------------------
เผยผลชันสูตรหญิง72ปี ‘ตับแตก-ซี่โครงหัก’ ดับคาเตียง จ่อเรียกหมอรับทราบข้อหา
ร้อยไหม เผยผลชันสูตรหญิงวัย72ปี ที่เสียชีวิตคาคลินิกขณะมาร้อยไหมใบหน้า พบตับแตก-ซี่โครงหัก ญาติไม่ติดใจการตาย ตร.จ่อเรียกหมอรับทราบข้อหา เปิดสถานพยาบาลเถื่อน
ร้อยไหม / กรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตจากการรักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ณ คลินิกแห่งหนึ่ง เเขวงพลับ เขตวังทองหลาง เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมารักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ฉีดยาชา เพื่อรักษา ปรากฏว่าผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตในคลินิก อ่านข่าว เร่งรวบรวมหลักฐาน หลังหญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก ระหว่างร้อยไหม!
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจครอบครัวของหญิงวัย 72 ปี เข้าติดต่อขอรับศพ ที่เสียชีวิตขณะไปทำศัลยกรรมร้อยไหมใบหน้า ที่คลินิกศัลยกรรม ภายในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เขตวังทองหลาง อ่านข่าว เร่งรวบรวมหลักฐาน หลังหญิงวัย 72 ดับกลางคลินิก ระหว่างร้อยไหม!
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางญาติปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือข้อมูลกับสื่อมวลชน บอกสั้นๆ แต่เพียงว่า ต้องการนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดปรก ย่านยานนาวา
โดยขอให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว และไม่ต้องการเป็นข่าวหรืออยากให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวดังกล่าว ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิก ขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป ซึ่งทางญาติไม่ได้ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต
ด้านแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการผ่าชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิต เกิดจากการตับแตกและพบว่ามีซี่โครงหัก
ส่วนผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จากห้องแล็ปปฏิบัติการประมาณ 15 วัน ทางญาติที่เดินทางมารับศพหญิงวัย 72 ปี ได้แจ้งกับสื่อมวลชนว่าไม่ให้บันทึกภาพและให้ลบภาพที่บันทึกไปแล้ว พร้อมข่มขู่หากใครนำเสนอข่าวก็จะฟ้องร้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวหลังประชุมพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ว่า จากการตรวจสอบพบนายแพทย์เจ้าของคลินิกมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะถูกต้อง แต่ตัวสถานที่ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการขอใบอนุญาต ประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล
โดยพนักงานสอบสวน พิจารณาแล้วจึงเรียกแพทย์รายดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดฐานเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต
-----------------------------------------------------
หมอเผยพิษทำสวย ระวังยาชาเกินขนาด ทำหัวใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งสูงวัยยิ่งเสี่ยง
แพทย์เผยภาวะแพ้ยาชา เกิดขึ้นได้หากฉีดเกิน 10 ซี.ซี. พบทำหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชี้ต้องฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยิ่งสูงวัยยิ่งเสี่ยง
จากเหตุที่หญิงวัย 72 ปี เข้าคลินิกเปิดใหม่ในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เพื่อร้อยไหมบนใบหน้า แต่เกิดอาการแพ้ยาชาจนเสียชีวิตนั้น (อ่านข่าว : หญิงวัย 72 ร้อยไหมดึงหน้า เกิดแพ้ยาช็อกดับคาคลินิก ย่านทาวน์อินทาวน์)
เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 12 ตุลาคม 2561 เดลินิวส์ออนไลน์ ได้สอบถาม พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช ผู้บริหารณัฐชญา คลินิก ให้ความรู้ว่า อาการแพ้ยาชาเกิดได้ไม่บ่อยนัก โดยทั่วไปแล้วการทำทุกหัตถการด้านการแพทย์ ผ่าตัด หรือแม้แต่การร้อยไหม แพทย์อาจจะเลือกใช้ยาชาที่มีความเข้มข้น 2 ขนาด คือ 1% และ 2% หากใช้ความเข้มข้น 2% ก็จะต้องใช้ยาในปริมาณที่น้อยลง และหากใช้เกิน 10 ซี.ซี. ความเข้มจะไปทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ ส่วนการออกฤทธิ์หลังฉีดในระดับปกติ ยาชาจะทำงานภายใน 5-10 นาที ซึ่งจะไประงับความรู้สึก และอยู่ได้นาน 1-2 ชั่วโมง
สำหรับการฉีดยาชา จะต้องฉีดเข้าที่เนื้อเยื่อโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำให้เส้นประสาทบริเวณนั้นหยุดทำงาน ขณะฉีดจะต้องดึงไซริงค์กลับ เพื่อสังเกตว่ามีเลือดปนกลับเข้ามาในหยอดยาชาหรือไม่ ซึ่งหากใช้เกินขนาดและโชคร้ายบังเอิญถูกฉีดเข้าที่เส้นเลือด ก็จะมีผลต่อระบบประสาท เกิดอาการตากระตุก มึนงง ตาลาย เห็นภาพซ้อน เสี่ยงอันตราย
ทั้งนี้แนะนำว่า แม้การเสริมความงามจะไม่ได้จำกัดอายุ แต่ผู้สูงวัยก็ไม่ควรทำอะไรที่สุ่มเสี่ยง เพราะอาจจะกระทบระบบการทำงานของร่างกายที่ลดลงตามอายุ ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไร ควรจะสอบถามรายละเอียดจากแพทย์โดยตรง เพื่อความชัดเจนว่าทำแล้วจะเกิดภาวะเสี่ยงอะไรตามมาบ้าง
--------------------------------------------------------------------------------
เปิดคำให้การ นาทีชีวิตหญิง 72 โดนฉีดยาชา 24 เข็ม ก่อนชีพจรต่ำ ดับคาเตียงร้อยไหม
จากกรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตขณะร้อยไหม ที่คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง ในซอยทาวน์อินทาวน์ 6 เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ เมื่อคืนที่วันที่ 11 ตุลาคม 2561 ด้วยสาเหตุจากอาการแพ้ยานั้น (อ่านข่าว : หญิงวัย 72 ร้อยไหมดึงหน้า เกิดแพ้ยาช็อกดับคาคลินิก ย่านทาวน์อินทาวน์)
วันที่ 12 ตุลาคม 2561 สวพ.FM91 รายงานว่า พล.ต.ต. ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่า คลินิกมีใบอนุญาตประกอบโรคศิลป์ถูกต้อง แต่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยตำรวจแจ้งข้อหานายแพทย์เจ้าของคลินิกแล้ว ในข้อหาเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต ต้องสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง รวมถึงตรวจสอบมาตรฐานยาและผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ทั้งนี้ นายแพทย์เจ้าของคลินิก เปิดเผยว่า นางณัฐมณ ผู้ตาย เข้ารับการรักษาที่คลินิกวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ช่วง 4 โมงเย็น โดยแพทย์ได้ทำการแปะยาชาเพื่อทดสอบอาการแพ้ตามขั้นตอน และเมื่อพบว่าผู้ป่วยไม่มีอาการแพ้ จึงลงมือฉีดยาชา เข็มละ 0.5 ซี.ซี. จำนวน 24 เข็ม ในระหว่างที่รอยาชาออกฤทธิ์ คนไข้เริ่มมีชีพจรต่ำ แพทย์จึงได้ปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลเพื่อช่วยเหลือ จากนั้นได้ติดต่อทีมแพทย์จากโรงพยาบาลใกล้เคียง แต่ไม่ทัน คนไข้เสียชีวิตก่อน
ล่าสุด (12 ตุลาคม 2561) ครอบครัวหญิงวัย 72 ปี เดินทางเข้าติดต่อขอรับศพแล้ว ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยให้ข้อมูลเพียงว่าจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดปรก ย่านยานนาวา กรุงเทพฯ ส่วนคดีความให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ สน.วังทองหลาง ซึ่งญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังปฏิเสธไม่ให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ พร้อมข่มขู่หากใครนำเสนอข่าวจะฟ้องร้องดำเนินคดี


